4x4 สะสมไอเดียปิ๊งแว้บ

4x4 สะสมไอเดียปิ๊งแว้บ


ไอเดียเกิดขึ้นจาก 2 วิธีหลักๆ คือ 1. เกิดขึ้นโดยตั้งใจ 2. เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ (ไม่ได้กวนนะ คิดงี้จริง) ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเก็บสะสมไอเดียที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ หรือที่เราเรียกว่า “ปิ๊งแว้บ” พร้อมวิธีผลิตไอเดียดังกล่าว

4 เหตุผลที่เราอยากชวนจดไอเดียปิ๊งแว้บ

1. ไม่ว่าจะไอเดียเกิดโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจล้วนผลิตจากสมองของเรา ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเก็บไอเดียไว้ใช้งาน จะได้ไม่เสียพลังฟรี

2. การตั้งใจคิดเพื่อให้ได้ไอเดียมันเหนื่อยกว่าการได้ไอเดียโดยไม่ต้องคิด พอคิดได้อย่างนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่จดเก็บไว้

3. หลายๆ ครั้งไอเดียที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เป็นไอเดียที่มีความสด ความว้าว ความกวน หรือความแปลกใหม่อะไรบางอย่าง เหมาะเก็บไว้สร้างสรรค์เป็นผลงานต่างๆ

4. ถ้าเราจดทุกไอเดียที่ปิ๊งแว้บขึ้นมา เราจะมีคลังไอเดียให้ใช้ไม่มีวันหมด หรือบางครั้งแค่เราเปิดดูไอเดียที่จดทิ้งไว้ ก็ปิ๊งไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาได้อีก

4 เทคนิคสะสมไอเดียปิ๊งแว้บ

1. จดให้ไว ดินสอ + สมุด ต้องสแตนด์บาย

ข้างตัวเราจะมีสมุด + ดินสอ อยู่ในระยะที่มือเอื้อมถึงเสมอ พอเกิดไอเดียปั๊บเราต้องจดได้เลย หรือถ้าไม่มีจริงๆ เราก็ต้องรีบเมมลงสมาร์ทโฟน เพราะไอเดียปิ๊งแว้บจะอยู่ในหัวไม่กี่วิหรืออย่างมากก็ไม่กี่นาที เป็นไอเดียที่พอหายไปแล้วมักหายไปเลย อารมณ์คล้ายความฝันที่ถ้าไม่รีบจดตอนเพิ่งฝันใหม่ๆ จะลืมทันที

2. จดไม่รู้เรื่องก็ได้ แต่ต้องจำได้ว่าทำไมชอบไอเดียนี้

หลักการบันทึกไอเดียปิ๊งแว้บของเราคือ “จดไว้ก่อน” จดโดยที่เราไม่สนใจว่าเขียนประโยคถูกมั้ย คนอื่นอ่านรู้เรื่องหรือเปล่า เราแคร์แค่ 2 เรื่อง

  • เรากลับมาอ่านแล้วจำได้ว่าไอเดียนี้เกี่ยวกับอะไร
  • เราตื่นเต้นกับไอเดียนี้เพราะอะไรบ้าง เช่น จุดเด่นของไอเดีย, เหตุผลที่ชอบ, Referfence ของไอเดียที่เรานึกถึง เป็นต้น

ข้อหลังนี่เราให้ความสำคัญมาก เพราะเคยไม่ได้จดเหตุผลที่ชอบไอเดียไว้ด้วย พอกลับมาอ่านอีกทีกลายเป็นเราไม่เก็ทว่าไอเดียนี้ว้าวเพราะอะไร ซึ่ง 'อารมณ์-ความรู้สึก' ที่เรามีต่อไอเดียมีผลต่อการถ่ายทอดออกมาเป็นคอนเทนต์มาก ถ้าเราจำไม่ได้ว่าไอเดียนั้นว้าวเพราะอะไร เราจะไม่ใช้ไอเดียนั้นทันที  

สมมุติมี 2 คอนเทนต์เขียนข้อความดูเหมือนๆ กัน แต่ถ้าใช้รูปประกอบต่างกันหรือแค่เรียงลำดับคำในแคปชั่นต่างก็อาจส่งผลให้คนอ่านมีปฏิกิริยากับคอนเทนต์ต่างกัน เผลอๆ มีผลต่อคอนเทนต์ปังหรือแป้กได้เลย (ไว้เราจะมาเล่าว่าเวลาเขียนคอนเทนต์ 1 ชิ้น เราพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง)

3. จดทุกไอเดีย ห้ามแคร์ ห้ามอาย ห้ามตัดสินตัวเอง

จากที่เราสังเกตตัวเอง สมองตอนปิ๊งไอเดียกับสมองตอนคัดเลือกไอเดียใช้วิธีคิดคนละแบบกัน เพราะฉะนั้นไอเดียที่แล่นออกมาจากหัว เราจะจดรัวๆ โดยไม่แคร์ว่าไอเดียนั้นจะดูดีหรือดูแย่ในสายตาใคร รวมถึงเราจะไม่ตัดสินไอเดียตัวเองด้วย

แต่ถ้าเมื่อไหร่เราปิ๊งไอเดียแล้วพึมพำกับตัวเองไปด้วยว่า "ธรรมดาไปมั้ยนะ" “โคตรเกรียนเลย คิดได้ไงเนี่ย” “ลูกค้าจะกล้าซื้อหรอ” เราจะส่งขายลูกค้าทันที 555 เพราะจากประสบการณ์ทำงาน ไอเดียที่เราไม่คาดหวังหรืออายนิดๆ นี่แหละ  มักกลายเป็นคอนเทนต์ที่ engage ดี ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่ก็มีที่ส่งไปแล้วลูกค้าไม่ซื้อเยอะนะ ถถถ

4. อยากเขียนงานได้ ลองไม่เขียนงาน

ถ้าอยากให้สมองทำงานเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ได้ดี เราต้องทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย สบายๆ ไม่ได้คิดอะไร มีความสุขหน่อยๆ

ดังนั้น ถ้าเมื่อไหร่เราเขียนงานไม่ออกจริงๆ เราจะเดินหนีโต๊ะทำงานทันที แล้วหันไปทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งาน เช่น ดูซีรีส์แนวชิลๆ , ฟังเพลง, อ่านหนังสือ, ส่องโซเชียล, คุยกับคนในครอบครัว, เมาท์กับเพื่อน, เล่นกับแมว, รดน้ำต้นไม้, เดินเล่น, ให้อาหารปลา, ออกกำลังกาย, ซักผ้า, เก็บห้อง, สวดมนต์, นั่งสมาธิ ฯลฯ

หลังจากทำกิจกรรมอะไรสักอย่างจบปุ๊บ เราจะ ‘จดบันทึก’ ว่าทำอะไร ชอบอะไร เกิดความรู้สึกอะไร เรียนรู้อะไร หรือทักษะเราที่เกี่ยวกับการทำกิจกรรมนี้พัฒนาขึ้นไหม ฯลฯ ซึ่งการทำแบบนี้นอกจากจะช่วยให้มีไดอารี่ไว้ทบทวนตัวเองในเรื่องต่างๆ  ขณะที่เราจดนู่นจดนี่ สมองเรามักปิ๊งแว้บไอเดียออกมาด้วย

และทั้งหมดนี้คือวิธีที่เราใช้สะสมไอเดียสำหรับนำมาทำเป็นคอนเทนต์ต่างๆ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะคะ หรือถ้าเพื่อนๆ มีวิธีอื่นอยากแชร์ แนะนำกันได้เลยนะ ขอบคุณล่วงหน้าค่า :)