เขียนหนังสือที่คุณอยากอ่าน | Steal Like an Artist EP.2/4

เขียนหนังสือที่คุณอยากอ่าน | Steal Like an Artist EP.2/4
Photo by Kelly Sikkema / Unsplash

ถ้าการคิดว่า "เขียนหนังสือของตัวเอง" มันทำให้คุณรู้สึกเกร็ง รู้สึกตัวเองยังไม่มีความรู้มากพอ อยากให้คุณมองว่าการเขียนหนังสือก็ไม่ต่างจากการโพสต์ Facebook หรือ IG หรืออัพคลิปขึ้น Tiktok หนังสือในโลกนี้มีหลายแนว

3. เขียนหนังสือที่คุณอยากอ่าน

คุณจะเขียนสั้นๆ เป็นแนวกวี หรือเขียนยาวๆ เป็นนิยาย หรือจะใช้แต่ภาพกับ Emoticon :) เล่าเรื่องก็ได้ และที่สำคัญคือคนเราไม่จำเป็นต้องเขียนหนังสือเพื่อให้อื่นอ่าน เราเขียนเพื่ออ่านเองคนเดียวก็ได้ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการโพสต์ Facebook แบบ Only Me

เขียนสิ่งที่คุณรู้ ❌
เขียนสิ่งที่คุณชอบ ✅

"เราสร้างงานศิลปะเพราะเราชอบศิลปะ...นิยายทุกเรื่องล้วนแต่งขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายที่เคยมีอยู่แล้วทั้งนั้น"

เวลาเราชอบอะไรสักอย่าง เราก็อยากให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับเราตลอดเวลา แล้วทำไมคุณไม่ลงมือสร้างผลงานของตัวเองขึ้นมา? และถ้าจะให้ดี จงสร้างผลงานแบบ "ต่อยอด" จากสิ่งที่คุณชอบ เช่น

  • ลองวิเคราะห์ดูว่าผลงานที่คุณชอบๆ ปลื้มๆ ยังขาดอะไร
  • ถ้าเขาใส่อะไรเพิ่มน่าจะช่วยให้ผลงานเขาปังกว่าเดิมได้อีก
  • ถ้าเจ้าของผลงานนั้นยังมีชีวิตอยู่ในยุคนี้ คุณว่าเขาน่าจะรังสรรค์ผลงานอะไรขึ้นมา ฯลฯ
  • คิดแล้วก็ "ลงมือทำให้มันเกิดขึ้นเลย" ;)

4. ใช้มือของคุณ

เคล็ดลับจากคนทำงานสายครีเอทีฟ ถ้าคุณอยากให้ไอเดียโลดแล่น แนะนำให้คุณ "ถอยห่างจากหน้าจอ" แล้วพยายามใช้มือหยิบจับสัมผัสดินสอ กระดาษ โพสต์อิท หรืออุปกรณ์อะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนกับคอมพิวเตอร์

"คุณต้องมองหาวิธีที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวขณะสร้างสรรค์ผลงาน"

เหตุผลเพราะว่าการขยับของร่างกายช่วยสั่งให้สมองทำงานได้

"ผมนั่งจ้องหน้าจอทรงสี่เหลี่ยมของคอมพิวเตอร์นานพอแล้ว เราต้องหาเวลาทำอะไรในโลกแห่งความจริงรอบๆ ตัวดูบ้าง...ปลูกต้นไม้ พาหมาไปเดินเล่น อ่านหนังสือสักเล่ม หรือออกไปชมโอเปร่าก็ได้" - เอ็ดเวิร์ด ทัฟเต

อีกเคล็ดลับกระตุ้นไอเดียครีเอทีฟที่ผู้เขียนหนังสือแนะนำ คือแยกโต๊ะทำงานเป็นโซน Analog ที่มีแต่ดินสอ สมุด กระดาษ หรืออุปกรณ์อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ดิจิทัล กับโซน Digital ที่มีคอมพิวเตอร์ Ipad ฯลฯ

อย่างตัวเราเองก็ชอบใช้วิธีเดียวกับผู้เขียน Steal Like An Artist

เวลาคิดงานคอนเทนต์ เราจะอยู่ห่างจากคอม ไปนั่งวาดขีดๆ เขียนๆ ไอเดียลงบนกระดาษเปล่าๆ โดยเราจะตั้งกฎกับตัวเองว่าคิดอะไรได้ก็ลิสต์ๆ ลงไปให้หมด และเราสังเกตว่าสมองของเราคิดทีละเรื่องได้ดีและเร็วกว่าคิดทีละหลายๆ เรื่องในเวลาเดียวกัน ทำให้เรากำหนดขั้นตอนการคิดงานคอนเทนต์ไว้ว่า ถ้าขั้นตอนคิดไอเดียคอนเทนต์ เราก็จะคิดแต่ไอเดีย มองเป็นภาพรวมคอนเทนต์คร่าวๆ หรือวาดออกมาเป็น Mind Map ว่าจะทำคอนเทนต์อะไรบ้าง คิดจนได้ไอเดียคอนเทนต์ทั้งหมดที่จะทำในล็อตนั้น จากนั้นเราจะพักสมองไม่คิดงานอะไรต่อ รอจนวันรุ่งขึ้น ตื่นมาสมองเฟรชๆ (เราต้องนอนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง) เราค่อยใช้สมองคิด-เขียนดีเทลคอนเทนต์จนเสร็จสมบูรณ์

"แต่เมื่อหัวสมองเริ่มตีบตัน ให้ย้อนกลับมาที่โต๊ะ Analog แล้วเล่นสนุกกับงานของคุณอีกครั้ง"

5. งานคั่นเวลาและงานอดิเรกเป็นสิ่งสำคัญ

  • ฝึกผัดวันประกันพรุ่งอย่างมีประสิทธิภาพ

สมองที่ผ่อนคลาย สบายๆ จะคิดได้ดีกว่าสมองที่ตึงเครียด สิ่งที่เราทำด้วยความสนุก ทำเอามันส์ ทำขำๆ จริงๆ แล้วมันมีคุณค่าในตัวเอง และเป็นจุดที่ความมหัศจรรย์เริ่มต้นขึ้น

"เวลางานยุ่งๆ ผมจะโง่ลง"

ถ้าอยากมีความคิดสร้างสรรค์แบบลื่นไหลหรือคิดไอเดียอะไรดีๆ ออกมาได้แบบพรั่งพรู คุณต้องมีเวลาเที่ยวเล่นบ้าง ถ้าคิดอะไรไม่ออก สมองตีบตัน จงลุกจากโต๊ะ เดินไปล้างจาน เดินไปดูต้นไม้ เดินไปเล่นกับแมว เดินไปคุยกับคนในครอบครัว ฯลฯ อย่างตัวเราเองก็มักปิ๊งไอเดียตอนวิ่งกับตอนนั่งสมาธิ

"ผมชอบรีดเสื้อด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันเป็นงานที่น่าเบื่อสุดๆ แต่ผมก็มักได้ไอเดียดีๆ ระหว่างรีดผ้าเสมอ"

"จงทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ทำงาน แล้วคุณจะได้งาน" ขอคอนเฟิร์มว่าวิธีนี้เวิร์คจริง

  • อย่าละทิ้งตัวตนของคุณไปแม้แต่นิดเดียว

การมีงานอดิเรกเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข คุณทำโดยไม่มีแรงกดดันว่าต้องทำเพื่อเงินหรือเพื่อใคร งานอดิเรกเป็นเหมือนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อให้คนทั้งโลกดู เพราะฉะนั้นจงเก็บรักษามันไว้ จงทำมันต่อไป

ถ้าคุณมีความสนใจ-หลงใหลในเรื่องใดๆ อย่าเพิ่งคิดว่าคุณต้องตัดหรือต้องเลือก ต่อให้หลายสิ่งที่คุณทำอยู่ดูไม่เกี่ยวข้องกันก็ไม่ต้องไปแคร์ ถ้าคุณชอบ ก็ลงมือทำมันต่อไป "ปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นสื่อสารกันเอง แล้วสิ่งใหม่จะเกิดขึ้นมาในท้ายที่สุด"

"สิ่งที่เชื่อมโยงผลงานทั้งหลายเข้าด้วยกันก็คือตัวคุณซึ่งเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา วันหนึ่งเมื่อคุณมองย้อนกลับไปทุกอย่างจะดูสมเหตุสมผลในตัวมันเอง"
"คุณไม่สามารถเชื่อมจุดแต่ละจุดเข้าหากันด้วยการมองไปข้างหน้า คุณจะทำได้ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลัง" ​- สตีฟ จ็อบส์

อ่านต่อ >> เคล็ดลับสร้างผลงานที่ดี และมีคนมองเห็น| Steal Like An Artist EP.3