ทำตัวดีๆ โลกใบนี้มันเล็กนิดเดียว | Steal Like an Artist EP.4 (จบ)

ทำตัวดีๆ โลกใบนี้มันเล็กนิดเดียว | Steal Like an Artist EP.4 (จบ)
Photo by Daniel Tuttle / Unsplash

ก็อย่างที่เห็นๆ อยู่ อินเตอร์เน็ตทำให้โลกเล็กลง ถ้าเรานินทาอะไรใครในเน็ต เชื่อเถอะว่าในที่สุดเจ้าตัวก็ต้องถึงหูเจ้าตัว ถึงแม้ลึกๆ เราอาจจะคันปากคันนิ้วอยากโพสต์ด่าใครสักคนที่ไม่แฟร์กับเราแค่ไหน แต่เชื่อเถอะว่าวิธีจำกัดศัตรูคู่อริที่ดีที่สุดคือ "อย่าไปให้ค่า" อย่าไปสนใจ ไม่ต้องไปพูดถึง

  • อยู่ใกล้คนเก่งๆ

คนเก่งๆ ก็อยากอยู่ใกล้ๆ คนเก่งๆ + นิสัยดี คุณเองก็เช่นกัน? นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรโพสต์ด่าใคร (ถ้าไม่ที่สุดๆๆๆๆๆๆ) และถ้าจะให้ดี คุณควรมี 4 คุณสมบัติต่อไปนี้ติดตัว

✅ ความอยากรู้อยากเห็น
✅ ความมีน้ำใจ
✅ ความอดทน
✅ ความไม่กลัวที่จะถูกมองว่าโง่

คำแนะนำเพิ่มเติม ถ้าคุณอยากให้คนเก่งๆ มองเห็นคุณ จงพยายามตั้งใจฟังสิ่งที่พวกเขาพูด สนใจสิ่งที่พวกเขากำลังทำ และติดตามทุกลิงค์ข้อมูลที่เขาแชร์

"มองหาคนที่เก่งที่สุดในห้อง ถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่คุณ ก็จงเดินเข้าไปยืนใกล้ๆ คนเก่งที่ว่านั้น ผูกมิตรกับเขา พยายามช่วยเหลือเขา"- แฮโรลล์ เรมิส

และถ้าคุณพบว่าคนเก่งที่สุดคือตัวคุณเอง ผู้เขียนแนะนำว่า "รีบมองหาห้องใหม่เถอะครับ"

  • เลิกหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่น แล้วลงมือทำงานซะ

คุณโกรธหรืออิจฉาคนอื่นได้ แต่สิ่งที่ควรทำต่อมาไม่ใช่การโพสต์เฟสบุ๊กแซะ หรือทวีตเหน็บแนม สิ่งที่ควรทำคือใช้พลังความเคียดแค้นที่คุณมีไปกับการทำงานของคุณ

"วิธีป่าวประกาศว่าโปรแกรมที่คนอื่นเขียนมันห่วยแตก ก็คือการลงมือเขียนโปรแกรมที่ดีกว่า" - อังเดร ทอร์เรซ

  • เขียนจดหมายถึงคนที่คุณคลั่งไคล้

วิธีการที่ดีที่สุดในการทำให้ตัวคุณกลายเป็นที่ยอมรับ คือไม่ต้องไปสนใจว่าใครจะยอมรับคุณหรือเปล่า ถ้าคุณชื่นชอบผลงานใครสักคนจริงๆ คุณก็แค่เขียนรีวิวผลงานของเขาว่าสิ่งที่เขาทำมันโดนใจคุณเพราะอะไร หรือทำไมคุณถึงยกให้เขาเป็นไอดอล

แนะนำว่าเขียนไปเถอะ (หรือจะอัดคลิป, พอดแคสต์, วาดรูป ใช้วิธีไหนก็ได้) โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียที่คุณถนัด แท็กเขาด้วยยิ่งดี

อย่างที่บอก ไม่ต้องไปสนใจว่าเขาจะมาอ่านหรือเห็นสิ่งที่คุณโพสต์มั้ย สิ่งที่สำคัญกว่าคือคุณได้แสดงความชื่นชมออกไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แถมคุณยังสร้างงานชิ้นใหม่ขึ้นมาจากความชื่นชมนั้นได้อีกด้วย

  • การยอมรับไม่ใช่เรื่องสำคัญ

หน้าที่สร้างผลงานออกไปคือหน้าที่เรา หน้าที่ตัดสินว่าผลงานนั้นควรค่าแก่การกด Like กด Share หรือกด Subscribe มั้ยคือหน้าที่คนอื่น

ถ้ามีใครเข้าใจผิดเกี่ยวกับงานของคุณ ดูถูกงานของคุณ หรือมองข้ามงานของคุณ หน้าที่คุณมีแค่ ทำงาน ทำงาน ทำงาน

"จงวุ่นอยู่กับการทำงานของคุณจนไม่มีเวลาใส่ใจคนพวกนั้นเลย"
  • ทำแฟ้มเก็บคำชม

ชีวิตคือธุรกิจที่โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา จงสร้าง "แฟ้มคำชม" ขึ้นตัวเองขึ้นมา วันไหนที่คุณรู้สึกเหนื่อยล้าหรือท้อๆ ก็เปิดแฟ้มนั้นดูเพื่อสร้างกำลังใจ

คำเตือนคือเปิดแฟ้มคำชมเฉพาะยามจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ไม่งั้นคุณอาจเสพติดคำชมจนหลงตัวเองหรือไม่กล้าลอง ไม่กล้าพัฒนาอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา


9. ใช้ชีวิตแบบน่าเบื่อ (เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่คุณจะทำงานเสร็จ)

"จงทำตัวให้เรียบง่ายและเป็นระเบียบในชีวิตประจำวัน คุณจะได้ปลดปล่อยความรุนแรงและความคิดสร้างสรรค์ออกมาในงานของคุณได้" - กุสตาฟ โฟลแบรต์

  • ดูแลตัวเองให้ดี

ความคิดสร้างสรรค์ไม่สามารถเกิดขึ้นในเจ้าของร่างกายที่อ่อนแอหรือเจ็บป่วย คำแนะนำจากผู้เขียนคือ "จงคิดว่าเราจะมีชีวิตอยู่ไปอีกนาน" พยายามกินอาหารให้ตรงเวลา รักษาสุขภาพฟัน สุขภาพร่างกาย ออกกำลังกายเป็นประจำ เดินออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ

  • อยู่ให้ห่างจากหนี้

เรื่องเงินเกี่ยข้องกับความคิดสร้างสรรค์เต็มๆ คนที่กังวลเรื่องหนี้เรื่องค่าใช้จ่าย ยากที่จะคิดไอเดียอะไรสนุกๆ ครีเอทีฟออกมาได้ เพราะฉะนั้นจงเรียนรู้วิธีบริหารจัดการเงินให้เร็วที่สุด และรีบจัดการให้เรียบร้อยซะ เพื่อที่คุณจะได้หันมาโฟกัสกับการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่

"หาเงินได้เท่าไหร่ ไม่สำคัญว่าเหลือเท่าไหร่" คำแนะนำคือตั้งงบรายจ่ายแต่ละเดือน และมีวินัยใช้ตามนั้น เก็บออมเงินสม่ำเสมอ และรู้จักลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยและมั่นใจว่าในวัยเกษียณคุณจะมีเงินใช้ อีกเรื่องที่สำคัญมากคือวางแผนรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและครอบครัวไว้ด้วย

  • อย่าทิ้งงานประจำ

ต่อให้คุณโชคดีที่สามารถทำเงินจากสิ่งที่รัก แต่มันก็ยังต้องใช้เวลากว่าจะไปถึงจุดที่สร้างรายได้ได้มากพอ

ข้อดีของการทำงานประจำคือช่วยให้คุณมีเงิน มีสังคม และมีกิจวัตรประจำวัน เมื่อคุณไม่ต้องเครียดเรื่องเงิน คุณก็จะมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานแบบที่คุณชอบมากขึ้น

จงใช้โอกาสจากงานประจำให้ประโยชน์ เช่น เรียนรู้การทำงานของคนเก่ง, เรียนรู้ระบบการจัดการธุรกิจ, เรียนรู้สกิลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการสร้างธุรกิจในอนาคตของคุณ

จริงอยู่ว่างานประจำทำให้คุณมีเวลาน้อยลง แต่ถ้าคุณบริหารจัดการเวลาดีๆ คุณก็จะมีช่วงเวลาที่แน่ชัดในการทำงานสร้างสรรค์ของตัวเอง

"การสร้างและรักษากิจวัตรประจำวันเอาไว้นั้นมีความสำคัญยิ่งกว่าการมีเวลาว่างเหลือเฟือ...ศัตรูตัวฉกาจของความคิดสร้างสรรค์ก็คือความเฉื่อยชา"

จงสร้างสรรค์งานทุกวันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ห้ามป่วย ห้ามพัก จนกว่าความพยายามของคุณจะสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่ตั้งใจไว้

  • ทำปฏิทินของตัวเอง

การเขียนหนังสือวันละหน้าอาจดูไม่มีอะไร แต่ถ้าเขียนทุกวันตลอด 1 ปี คุณจะได้หนังสือที่มีความหนาถึง 365 หน้า

การขายของให้ลูกค้า 1 คนอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าคุณขายของให้ลูกค้าได้หลายๆ ราย คุณก็จะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ประโยชน์ของปฏิทินนอกจากจะช่วยให้คุณวางแผนการทำงานได้ล่วงหน้า ยังช่วยให้คุณเห็นเป้าหมายชัดเจนขึ้น และไม่เถลไถลออกนอกลู่นอกทาง

คำแนะนำจากผู้เขียนคือ หั่นงานของคุณออกเป็นก้อนเล็กๆ สำหรับ 365 วัน แล้วเอาปฏิทินนี้แปะผนังกันลืม จากนั้นเมื่อคุณลงมือทำงานประจำวันเสร็จ คุณก็กากบาทลงช่องปฏิทินของวันนั้น

"ทำแบบนี้แค่ไม่กี่วัน มันก็จะกลายเป็นห่วงโซ่ที่คล้องเข้าด้วยกัน...รักษากิจวัตรประจำวันของคุณให้ได้ แล้วโซ่ก็จะยาวขึ้นเรื่อยๆ"
  • เขียนบันทึก

บันทึกไม่จำเป็นต้องเขียนร้อยเรียงเป็นไดอารี่ คุณอาจจะแค่เขียนว่าวันนี้ทำอะไรบ้าง ทำงานอะไรไป กินอะไรมา อ่านหนังสือไปกี่หน้า ฯลฯ การจดบันทึกแบบนี้ทุกวัน เมื่อผ่านไปเป็นเดือนๆ หรือเป็นปีๆ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะทำให้คุณจดจำเรื่องใหญ่ๆ ได้

"ในสมัยโบราณกะลาสีเรือบันทึกการเดินเรือเพื่อช่วยให้รู้ว่าวันนี้เดินเรือไปได้ไกลแค่ไหนแล้ว...คุณก็ต้องทำเช่นกัน คุณต้องรู้เหมือนกันว่าตัวเองเดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว"


10. ความคิดสร้างสรรค์คือการตัดทอน

เวลาคิดอะไรไม่ออก ทางออกที่ดีที่สุดคือสร้างข้อจำกัดให้ตัวเอง เช่น จำกัดเวลาสำหรับคิดงาน, กำหนดเดดไลน์วันโชว์ผลงาน, เริ่มต้นธุรกิจโดยไม่ใช่ทุนแม้แต่บาทเดียว เป็นต้น

ฝึกตัวเองให้ลงมือทำทันที ทำจนเสร็จ โดยไม่มีข้อจำกัดมาเป็นข้ออ้าง ตัวเองมีทักษะมีวัตถุดิบเท่าไหร่ ก็ลงมือทำมันทั้งอย่างนี้เลย

ตัวอย่างที่ผู้เขียนยกมา เช่น กรณีผลงานเขียนของ ดร.ซูสส์ ที่เขียนหนังสือเด็ก The Cat in he Hat โดยจำกัดเนื้อหาให้มีเพียง 236 คำ และเมื่อโดนบก.ชาเลนจ์ต่อ เขาก็เขียนหนังสืออีกเล่มโดยใช้คำเพียง 50 คำ ที่เจ๋งคือหนังสือเล่มนั้น Green Eggs and Ham กลายเป็นหนังสือเด็กที่ขายดีที่สุดตลอดกาล

"สิ่งที่ดึงดูดเราเข้าหางานศิลปะแต่ละชิ้น ก็คือความพยายามของศิลปินในการดิ้นรนต่อสู่กับข้อจำกัด" - ซอล สไตน์เบิร์ก

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราเลือกมาใส่ในผลงาน แต่ยังรวมถึงสิ่งที่เราเลือกที่จะตัดทิ้งไปด้วย

แล้วยังไงต่อ?

🔲 ออกไปเดินเล่น
🔲 ทำแฟ้มหัวขโมย
🔲 ไปห้องสมุด
🔲 ซื้อสมุดจด (แล้วใช้มันด้วย)
🔲 ทำปฏิทินของตัวเอง
🔲 เริ่มเขียนบันทึก
🔲 ซื้อหนังสือเล่มนี้สักเล่มแล้วมอบให้คนอื่ฯ
🔲 เริ่มเขียนบล็อก
🔲 งีบสักนิด